จับ 2 สาวคู่รักเลสเบี้ยนค้ายาเลิฟ-ไอซ์ ใช้ชื่อปลอมจ่าหน้า ส่งลูกค้าทางไปรษณีย์

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ รอง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.พรประสิทธิ์ มะละมัย สว.กก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.สุทิน พัฒนา สว.สส.บก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม น.ส.วีรยา หรือเบญ แสงนคร อายุ 25 ปี ชาวจ.ยะลา น.ส.สุดารัตน์ หรือพลอย ถอดรูป อายุ 28 ปี ชาวจ.ตราด

พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) จำนวน 1 ถุง นำหนักประมาณ 0.5 กิโลกรัม วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (อัลปราโซแลม) จำนวน 2,676 เม็ด ยาไอซ์ ประมาณ 7.73 กรัม ยาแก้ไอชนิดน้ำ 794 ขวด ยาแก้ปวดทินดอล สีเขียว-เหลือง จำนวน 10,500 เม็ด รวมมูลค่าความเสียหาย 120,000 บาท โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่อาคารแห่งหนึ่ง ในซอยลาดพร้าว 73 (แหลมทอง) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม 6 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม. เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา 

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น ประกอบด้วยยาไอซ์ พืชกระท่อม อัลปราโซแลม และยาแก้ไอ โดยทราบเพียงชื่อเล่นว่าน.ส.วีรยา และน.ส.สุดารัตน์ ซึ่งทั้งคู่เป็นแฟนกัน ทั้งนี้ยังมีพฤติการณ์ชอบมั่วสุมเสพยาเสพติดและส่งเสียงดังอยู่เป็นประจำ ภายในห้องพักดังกล่าว

จากนั้นจึงนำกำลังเฝ้าดูพฤติกรรมก่อนพบทั้งคู่เดินออกมาจากห้องพัก ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น จนกระทั่งพบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์จนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดจริง จึงตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนเพิ่มเติม

ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทั้งคู่เป็นผู้ค้ายาเสพติดจริงโดยลักลอบจำหน่ายมาประมาณ 2 ปี โดยรับของกลางมาจากเอเย่นต์รายใหญ่อีกทอดหนึ่งเมื่อได้ของกลางมาจะนำไปจำหน่ายให้กับผู้เสพโดยติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ เมื่อลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีก็จะส่งมอบของกลางทางพัสดุไปรษณีย์ โดยเตรียมชื่อและที่อยู่ปลอมของผู้ฝาก เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ร่วมกันมีไวัในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (อัลปราโซแลม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” “ร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แค้นแน่นอก!! หลานจ่อหัวยิงอาตายสยอง ให้เงินไปประกันตัว-อาใช้เกลี้ยง ทำติดคุกนาน3ปี

 หลานแค้นให้เงินอาไปกว่า 1 แสน เพื่อประกันตัวคดียาเสพติด แต่อานำไปใช้จ่ายจนหมด ไม่ยอมไปประกันตัว ทำให้ติดคุก หลังพ้นโทษออกมายิงอาดับคาที่ ก่อน ตร.ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงตามจับหลานได้ทันควัน

วันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. ร.ต.อ.นิยม สงทิพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่หลังบ้าน หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.นภดล เพ็ชรขาวเขียว ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ , พ.ต.อ.อภิชาติ วินิจพงศ์ ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.บุญเชิญ ชูเสือหึง รอง ผกก.สส. , พ.ต.ท.สุทัศน์ สงสยม รอง ผกก.สส.และมูลนิธิประชาร่วมใจรุดไปที่เกิดเหตุ201612141002423-20041019184031เมื่อไปถึงพบศพผู้ตายทราบชื่อ คือ นายประยุทธ ทองอ่อน อายุ 54 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าขมับขวา 1 นัด อยู่ในชุดนุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ ต่อมาทราบชื่อมือปืน คือ นายพรประชา ทองอ่อน อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหลานของนายประยุทธผู้ตายเอง201612141002421-20041019184031จากการสอบสวนทราบว่า นายประยุทธ ผู้ตาย มีศักดิ์เป็นอานายพรประชา มือปืน ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 ได้นัดพบกันที่หลังบ้านดังกล่าว เพื่อพูดคุยตกลงปัญหากันเรื่องที่นายประยุทธ ไม่ยอมนำเงินที่นายพรประชา ให้ไปจำนวน 120,000 บาท เพื่อประกันตัวตอนที่นายพรประชา โดนจับคดียาเสพติดเมื่อ 3 ปี ก่อน ทำให้นายพรประชา ถูกตัดสินจำคุกในคดีดังกล่าว และโกรธแค้นนายประยุทธ ตลอดมา201612141002424-20041019184031จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน นายพรประชา ได้พ้นโทษออกมา และหาทางแก้แค้นนายประยุทธ ผู้เป็นอามาตลอด ก่อนจะนัดพบกันที่หลังบ้านดังกล่าวและตกลงปัญหากันไม่ได้ นายพรประชา หลานโหดจึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายพรประชา เข้าที่ขมับขวา 1 นัด จนล้มฟุบสิ้นใจเสียชีวิตที่บ้าน ก่อนจะหลบหนีไปทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามออกไล่ล่าตัวนายพรประชา ที่บ้านแต่ไม่พบ

อย่างไรก็ตามทาง พ.ต.อ.นภดล เพ็ชรขาวเขียว ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้เร่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายศาลจังหวัดทุ่งสง และศาลอนุมัติหมายจับเลขที่ 302/59 ลงวันที่ 14 ธ.ค.59 คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนฯ เข้าจับกุมตัวนายพรประชา ได้ที่บ้าน หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ นำมาสอบสวนและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา201612141002427-20041019184031พ.ต.อ.นภดล กล่าวว่า สาเหตุมาจากแค้นส่วนตัวระหว่างอากับหลาน ในเรื่องเงินๆทองๆ ที่ผู้ต้องหานั้นให้นายประยุทธ ผู้เป็นอานำเงินจำนวน 120,000 บาท ไปประกันตัวคดียาเสพติดแต่กลับนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด ทำให้ผู้ต้องหาต้องติดคุกราว 3 ปี กระทั่งพ้นโทษออกมาและก่อคดียิงอาตัวเองตาย โดยตำรวจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ และได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ดวลเดือด!ตร.วิสามัญคนร้ายยิงส.ต.ต.ล่อซื้อยาบ้า ดับคากระท่อมที่แม่แตง

จากกรณีตำรวจปส.เชียงใหม่ล่อซื้อยาบ้าจากคนร้ายจนเกิดการยิงต่อสู้กัน เหตุเกิดบริเวณสี่แยกบายพาสเชียงใหม่-ปาย บ้านห้วยไร่ หมู่ 9 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ถูกยิงคือ ส.ต.ต.ศิริยุทธ น้อยอรุณ อายุ 23 ปี ตำรวจปส.ภ.จ.เชียงใหม่ ถูกยิงเข้าลำตัว 13 นัด นำตัวส่งร.พ.แม่แตง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมs__5038107RIP.แม่โพสต์อาลัย”ส.ต.ต.”เหยื่อปืนยาบ้า..”หลับนะลูก แม่จะห่มผ้าให้ จะได้ไม่หนาว”

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท. ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภาค 5 ได้รับรายงานว่าทางชุดปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต หลังจากสืบทราบว่านายประเสริฐ เลาลี ผู้ต้องหาใช้อาวุธยิง ส.ต.ต.ศิรยุทธ น้อยอรุณ ช่วยชุด ปส.ภ.จว.เชียงใหม่ ถึงแก่ความตายขณะล่อซื้อยาเสพติด หนีมากบดานที่กระท่อมกลางไร่ข้าวโพดในอ.แม่แตง201612021104485-20021028190509โดยคนร้ายที่ถูกวิสามัญคือ นายประเสริฐ เล่าลี่ อายุ 30 ปี โดยจุดที่พบคนร้ายนั้นเป็นหุบเขาบ้านบวกมืด บ้านลีซอ ต.ป่าแป้ อ.แม่แแตง เชียงใหม่ การเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุลำบากอย่างมาก ต้องใช้รถโฟรวิล ที่เกิดเหตุหลังวิสามัญเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนขนาด .38 ลูกโม่ พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ในมือคนร้าย คนร้ายไม่สวมเสื้อใส่กางเกงขาสั้น ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญคาแคไม้ไผ่ที่นอนดังกล่าว201612021104488-20021028190509พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รรท.รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 5 นำโดย พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 ,พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ให้ดำเนินการ ติดตามจับกุมนายประเสริฐ เลาลี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ก่อเหตุยิงสิบตำรวจตรีดับ201612021104486-20021028190509เช้านี้ชุดปฎิบัติการได้ทำการวิสามัญผู้ต้องหา เสียชีวิตในพื้นที่กลางหุบเขาบ้านบวกมืด บ้านลีซอ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผู้ต้องหาอีกคนเป็นผู้หญิงที่ขับรถแหกด่านหลบหนีไปได้นั้นทางตำรวจกำลังติดตามล่าตัวอยู่ในขณะนี้

อ่านข่าว แก๊งยาบ้า”สาวนะยะ-สาวแท้”ดวลเดือดตำรวจ ส.ต.ต.พลีชีพโดนยิงร่างพรุน 13 นัด201612021104489-20021028190509

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้วไอ้หื่น อ้างเป็น ตร.ศรีราชา ตรวจยาเสพติด แล้วใช้มือล้วงอวัยวะเพศ 2 นร.หญิง

จากกรณี 2 นักเรียนสาววัย 16 ปี และ 17 ปี ถูกชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บอกว่าต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วพยายามลากให้ไปที่ป้อมตำรวจ แต่หญิงสาวทั้ง 2 คนขัดขืน ชายคนดังกล่าวกลับใช้มือล้วงเข้าไปจับอวัยวะเพศของทั้ง 2 คน แถมยังพูดจาลามกว่า 2 คน นี้ใครใหญ่กว่ากัน ก่อนที่ทั้ง 2 คน จะเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ศรีราชาuntitledความคืบหน้าเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 13 พ.ย. พ.ต.อ.ภพพล จักกะพาก ผกก.สภ.ศรีราชา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายประสาร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ชาวอ.บรบือ จ.มหาสารคาม ที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าไม่เลขที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา พร้อมรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กล 128 ชลบุรี201611132350563-20091029150708สอบสวนนายประสาร ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่ามีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุกแห่งหนึ่ง วันเกิดเหตุดื่มสุราเข้าไปอย่างหนัก หลังจากนั้นจึงออกจากบ้านพัก ขับรถ จยย. มาตามทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ และเห็นเด็กทั้ง 2 คน กำลังขับรถ จยย. ออกมาจากโรงเรียนพอดี ตนจึงขี่ตามประกบ แล้วลงมือก่อเหตุ กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุเกิน 18 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ, ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง, ปลอมเป็นเจ้าพนักงาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อร้องลูกชายถูกทหารเกณฑ์รุ่นพี่ซ้อมกรามหัก กล่าวหาเสพยา วอนต้นสังกัดดูแล

พ่อร้องลูกชายถูกทหารเกณฑ์รุ่นพี่ซ้อมกรามหัก กล่าวหาเสพยา วอนต้นสังกัดดูแล

พ่อร้องลูกชายถูกทหารเกณฑ์รุ่นพี่ซ้อมกรามหัก กล่าวหาเสพยา วอนต้นสังกัดดูแล

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 มีนาคม นายไพโรจน์ อายุ 46 ปี อยู่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมญาติเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนไปยังต้นสังกัดของ พลทหารเกียรติศักดิ์ อายุ 21 ปี ทหารเกณฑ์สังกัด ร.15 พัน 2 ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ลูกชายของตน

เนื่องจากพลทหารเกียรติศักดิ์ถูกทหารรุ่นพี่ 2 คน รุมซ้อมจนได้รับบาดเจ็บกรามหัก ขณะนี้นอนพักรักษาตัวที่บ้านพัก เตรียมเข้ารับการรักษา และ ผ่าตัดที่โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดยเกรงว่าหากลูกชายกลับเข้าค่าย อาจถูกรุ่นพี่ทำร้ายอีก

นายไพโรจน์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ในช่วงที่ ร.15 พัน 2 จัดงานคืนสู่เหย้า ซึ่งลูกชายของตนและรุ่นพี่ได้เข้าไปช่วยงาน โดยลูกชายทำหน้าที่แจกกระดาษชำระหน้าห้องน้ำ

กระทั่งเวลา 21.00 น. มีรุ่นพี่ 2 คน ประกอบด้วย พลทหารกิตติกร และ พลทหารอนุชิต เดินผ่านมา และใช้ลูกชายของตนไปเอาของ แต่ลูกชายปฏิเสธ เนื่องจากมีหน้าที่ดูแลกระดาษชำระหน้าห้องน้ำ ทำให้รุ่นพี่ทั้ง 2 คนจึงไม่พอใจ จากนั้นรุ่นพี่คนหนึ่งกล่าวหาว่าลูกชายของตนว่ามียาเสพติดอยู่ในครอบครอง แต่ลูกชายปฏิเสธ จึงถูกรุ่นพี่ตบหน้า ลูกชายจึงชกสวนกลับไป

จากนั้นรุ่นพี่ทั้งสองคนรุมทำร้ายจนล้มลง และรุมกระทืบจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกจ่ากองร้อย แต่ให้บอกว่าตกบันได

ต่อมาลูกชายโทรศัพท์บอกตน และตนจึงเดินทางไปรับลูกชายก่อนนำไปตรวจร่างกายที่คลินิกแห่งหนึ่ง พบกระดูกขากรรไกรล่างหักทั้ง 2 ข้าง ต้องรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน รวมทั้งผลการตรวจไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

“ต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดดูแล เพราะรุ่นพี่ข่มขู่ เกรงว่าหากลูกชายหายดีกลับเข้ากรมจะถูกทำร้ายอีกผมมีลูกชายคนเดียว หากผิดแล้วทำโทษ ผมจะไม่รู้สึกอะไร แต่มาทำร้ายแบบนี้ผมรับไม่ได้” นายไพโรจน์ กล่าว