รวบคา ร.พ. 2 โจรนักวิ่งราว เหิมยิงสู้ตำรวจโดนสวนเจ็บ ทำมากว่า 100 คดี แถมพกปืนไว้ขู่ ตร.

วันที่ 10 ส.ค. พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยพ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส. และพ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส. ร่วมกันจับกุมนายศตวรรษ เชื่อมวิทย์ อายุ 21 ปี และนายประเวช เลิศพึ่งดี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาแก๊งวิ่งราวทรัพย์ โดยสามารถควบคุมตัวได้ขณะเข้าพักรักษาตัวที่ร.พ.บางจาก ซอยสุขสวัสดิ์ 78 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจยย.วิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ทองหล่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ออกตระเวนตรวจสอบ กระทั่งพบทั้ง 2 คน ก่อเหตุอีกครั้ง จึงรีบเข้าไปสกัดกั้น แต่ทั้ง 2 คน กลับชักอาวุธปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่แล้วขี่รถจยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อได้ลงพื้นที่หาข่าว กระทั่งพบว่าภาพวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจยย.ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จึงสืบสวนจนทราบว่าผู้ครอบครองรถจยย.คันดังกล่าวคือ นายประเวช และมักจะใช้เดินทางไปหาแฟนสาวภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนประชาอุทิศ 79 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.อยู่เป็นประจำ

ต่อมาจึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์ภายในหมู่บ้านดังกล่าว กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย โดยทราบภายหลังว่านายศตวรรษ เป็นผู้ขับขี่ และนายประเวช เป็นผู้ซ้อนท้ายขับเข้ามา จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น แต่จู่ๆ คนขับก็เร่งเครื่องยนต์พุ่งชนเจ้าหน้าที่แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายประเวช ได้ชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดขึ้นมายิงต่อสู้จนเป็นเหตุให้ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เพื่อป้องกันตัว จนทั้ง 2 คน ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังสามารถขี่รถหลบหนีไปได้ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชม. ก็ได้รับการประสานจาก สน.ทุ่งครุ ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้หลบหนีไปพักรักษาตัวที่ร.พ.บางจาก จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังไปควบคุมตัวไว้

ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง และติดสารเสพติด จึงชักชวนกันออกมาตระเวนวิ่งราวทรัพย์โดยมีอาวุธปืนลูกโม่ไม่ทราบขนาดไว้ใช้ในการก่อเหตุ และใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ โดยขี่ไปตามเส้นทางถนนเวลายามวิกาลซึ่งเคยก่อเหตุรวมกว่า 100 ครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินของมีค่าจะนำมาแบ่งกันก่อนไปเที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด นอกจากนี้ยังเคยใช้อาวุธปืนข่มขู่ตำรวจ สน.ลุมพินี มาก่อนหน้านี้ ซึ่งภายหลังจากการก่อเหตุในพื้นที่สน.ทองหล่อ ได้หลบหนีไปกบดาลที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 2 และออกตระเวนก่อเหตุในย่านฝั่งธนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์, ลักทรัพย์เวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อเอาทรัพย์นั้นไป, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

3 โจ๋จอดนอน ถูกกระหน่ำยิงใส่ฟอร์จูนเนอร์ หนุ่มโดนเข้าหน้า ฟันหลุดกระเด็นดับสยอง

วันที่ 10 มิ.ย. ร.ต.อ.สมศักดิ์ ทองกร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่ถนนสายนเรศวร-สระแก้ว ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีได้นำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช จึงประสานฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองวิทยาการ ภ.จว.ลพบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ

ที่ห้องฉุกเฉินพบร่างนายปรีชา สว่างฟื่น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 5 ต.เขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี มีบาดแผลถูกยิงที่ใบหน้า หัวไหล่ขวา และมือซ้าย จำนวน 3-4 นัด แพทย์พยายามยื้อชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวน น.ส.เอ (นามสมมุติ) แฟนสาวของผู้ตาย และนายบี (นามสมมุติ) น้องชายของน.ส.เอ ให้การว่าขณะที่พวกตนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน สห 3492 กรุงเทพมหานคร ออกมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง และได้จอดนอนพักอยู่บนรถบริเวณดังกล่าว จากนั้นได้มีรถยนต์ขับมาจอดเทียบที่รถของตน แต่ไม่ได้สนใจ จู่ๆ มือปืนอ้อมมาทางด้านซ้ายแล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้ามาในรถ ผู้ตายพยายามหลบและใช้มือป้องหน้าแต่คมกระสุนได้เจาะทะลุกระจกเข้าใบหน้าจนฟันหลุดกระจายเกลื่อนในรถ คนร้ายได้อาศัยความชุลมุนและความืดขับรถหนีไป ส่วนนายบี และ น.ส.เอ กระสุนได้แค่เฉี่ยวไปเฉยๆ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เมื่อตั้งสติได้จึงได้ขับรถพาผู้ตายมาส่ง รพ.แต่ก็มาเสียชีวิตดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจค้นภายในรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์พบหัวกระสุนขนาด 9 มม. ตุงอยู่ในีถและที่ขอบประตูด้านขวา 2-3 นัด นอกจากนี้ภายในรถยังพบกองเลือดกระจายทั่วตอนหน้ารถ อีกทั้งยังพบฟันของผู้ตายที่ถูกแรงของกระสุนปืนทะลุทะลวงปากตกเกลื่อนอยู่หลายซี่

ด้านพล.ต.ต.ฏิษพจณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้สั่งการให้ ผกก.สภ.เมืองลพบุรี, ผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรี, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งสืบสวนหาเบาะแสตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ สำหรับประเด็นการสังหารโหดในครั้งนี้ ตั้งไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องเหตุเฉพาะหน้าที่มีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนหน้า เรื่องชู้สาว และประเด็นของเรื่องยาเสพติด

ที่มา:ข่าวสด

สลด!ส.ต.ต.เคลียร์รักแฟนสาวไม่ลงตัว จ่อขมับยิงตัวตายสยองคาบ้านพัก

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ร.ต.ท.เลิศ บุญอินทรสุข รอง สว.สอบสวน สภ.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งมีเหตุยิงตัวตาย ที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 3 ต.ปริก ถนนมิตรภาพสงคราม อ.สะเดา จ.สงขลา หลังรับแจ้งเหตุ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ไชโยธา รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา รรท.ผกก.สภ.สะเดา ,พ.ต.ท.ภูวดล อาบทิพย์ สว.สส.สภ.สะเดา และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสะเดาอีกจำนวนหนึ่ง และหน่วยกู้ภัย รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในบ้านหลังดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังคือ ส.ต.ต.ทวีผล ดำบัว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ถนนท่าพรุวิทยา ซอย 1 ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา (ตำแหน่ง.ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ศชต.) นอนเสียชีวิตจมกองเลือด

จากการสอบสวนที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ตายใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะตัวเองจำนวน 1 นัด ข้างศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 มม. ตกอยู่ข้างตัวผู้ตาย ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 ปลอก และหันกระสุนขนาดเดียวกันอีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาหาแฟนสาว ที่บ้านในอ.สะเดา เพื่อตกลงปัญหาอะไรบางอย่าง แต่เกิดมีปากเสียงกับแฟนสาวอายุ 30 ปี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปัญหาส่วนตัว จนไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ตายจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนประจำกาย จ่อยิงตัวเองจนเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อตาปืนไว!! หลานสาวของหาย เดินมาถามลูกเขย-ปฏิเสธ ชักปืนยิงคว่ำ

เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 20 ธ.ค. ร.ต.อ.สบทบ บุญแสน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.บ้านหมี่ว่า เกิดเหตุมีคนถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่บ้านหนองกระเบื้อง หมู่ที่ 4 ต.สายห้วยแก้ว ร.ต.อ.สมทบ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานแพทย์เวร จาก รพ.บ้านหมี่ และหน่วยกู้ภัยสว่างอริโยธรรมสถานบ้านหมี่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

บ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่ชั้นล่างพบผู้ที่ถูกยิงที่ข้อเท้าด้านซ้าย กระสุนทะลุข้อเท้า นอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด มีเลือดไหลนองพื้น แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวรักษาต่อที่ รพ.บ้านหมี่ ทราบชื่อต่อมา คือ นายวันชัย อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 4 ต.สายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ ลพบุรี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้นอนดูทีวีอยู่ชั้นล่าง ได้มีนายจรูญ  อายุ 60 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.สายห้วยแก้ว พ่อตา ซึ่งบ้านอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ได้เดินเข้ามาถามว่าเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของหลานสาวหรือไม่ หายไปตั้งแต่เมื่อวาน ตนได้ตอบไปว่าไม่เห็น และไม่ได้เป็นคนเอาไป เท่านั้นเอง นายจรูญ พ่อตาปืนไว ได้ใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ที่พกติดตัวมา ยิงใส่ตนเอง 1 นัด โดนที่ข้อเท้าซ้ายคมกระสุนทะลุข้อเท้าจนล้มคว่ำ จึงร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ช่วยเรียกกู้ภัยมาช่วยเหลือ201612200914302-20151201143204ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ นายจรูญ พ่อตาปืนไว ที่ซุ่มดูอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุได้เดินเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.สมทบ บุญแสน พร้อมด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. กระบอกที่ก่อเหตุ จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับพ่อตาปืนไวรายนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แค้นแน่นอก!! หลานจ่อหัวยิงอาตายสยอง ให้เงินไปประกันตัว-อาใช้เกลี้ยง ทำติดคุกนาน3ปี

 หลานแค้นให้เงินอาไปกว่า 1 แสน เพื่อประกันตัวคดียาเสพติด แต่อานำไปใช้จ่ายจนหมด ไม่ยอมไปประกันตัว ทำให้ติดคุก หลังพ้นโทษออกมายิงอาดับคาที่ ก่อน ตร.ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงตามจับหลานได้ทันควัน

วันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. ร.ต.อ.นิยม สงทิพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่หลังบ้าน หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.นภดล เพ็ชรขาวเขียว ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ , พ.ต.อ.อภิชาติ วินิจพงศ์ ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.บุญเชิญ ชูเสือหึง รอง ผกก.สส. , พ.ต.ท.สุทัศน์ สงสยม รอง ผกก.สส.และมูลนิธิประชาร่วมใจรุดไปที่เกิดเหตุ201612141002423-20041019184031เมื่อไปถึงพบศพผู้ตายทราบชื่อ คือ นายประยุทธ ทองอ่อน อายุ 54 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าขมับขวา 1 นัด อยู่ในชุดนุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ ต่อมาทราบชื่อมือปืน คือ นายพรประชา ทองอ่อน อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหลานของนายประยุทธผู้ตายเอง201612141002421-20041019184031จากการสอบสวนทราบว่า นายประยุทธ ผู้ตาย มีศักดิ์เป็นอานายพรประชา มือปืน ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 ได้นัดพบกันที่หลังบ้านดังกล่าว เพื่อพูดคุยตกลงปัญหากันเรื่องที่นายประยุทธ ไม่ยอมนำเงินที่นายพรประชา ให้ไปจำนวน 120,000 บาท เพื่อประกันตัวตอนที่นายพรประชา โดนจับคดียาเสพติดเมื่อ 3 ปี ก่อน ทำให้นายพรประชา ถูกตัดสินจำคุกในคดีดังกล่าว และโกรธแค้นนายประยุทธ ตลอดมา201612141002424-20041019184031จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน นายพรประชา ได้พ้นโทษออกมา และหาทางแก้แค้นนายประยุทธ ผู้เป็นอามาตลอด ก่อนจะนัดพบกันที่หลังบ้านดังกล่าวและตกลงปัญหากันไม่ได้ นายพรประชา หลานโหดจึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายพรประชา เข้าที่ขมับขวา 1 นัด จนล้มฟุบสิ้นใจเสียชีวิตที่บ้าน ก่อนจะหลบหนีไปทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามออกไล่ล่าตัวนายพรประชา ที่บ้านแต่ไม่พบ

อย่างไรก็ตามทาง พ.ต.อ.นภดล เพ็ชรขาวเขียว ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้เร่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายศาลจังหวัดทุ่งสง และศาลอนุมัติหมายจับเลขที่ 302/59 ลงวันที่ 14 ธ.ค.59 คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนฯ เข้าจับกุมตัวนายพรประชา ได้ที่บ้าน หมู่ 3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ นำมาสอบสวนและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา201612141002427-20041019184031พ.ต.อ.นภดล กล่าวว่า สาเหตุมาจากแค้นส่วนตัวระหว่างอากับหลาน ในเรื่องเงินๆทองๆ ที่ผู้ต้องหานั้นให้นายประยุทธ ผู้เป็นอานำเงินจำนวน 120,000 บาท ไปประกันตัวคดียาเสพติดแต่กลับนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด ทำให้ผู้ต้องหาต้องติดคุกราว 3 ปี กระทั่งพ้นโทษออกมาและก่อคดียิงอาตัวเองตาย โดยตำรวจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ และได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด